ประวัติ 'พล.อ.เปรม' นายกรัฐมนตรี 3 สมัย - ประธานองคมนตรี 2 แผ่นดิน


ประวัติ 'พล.อ.เปรม' นายกรัฐมนตรี 3 สมัย - ประธานองคมนตรี 2 แผ่นดิน

ประวัติ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2463 ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ชื่อเปรมนั้น พระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรโณ) เป็นผู้ตั้งให้ ส่วนนามสกุล ติณสูลานนท์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2462

เป็นบุตรชายคนรองสุดท้อง จากพี่น้องจำนวน 8 คน ของรองอำมาตย์โทหลวงวินิจทัณฑกรรม หรือ บึ้ง ติณสูลานนท์ กับนางวินิจทัณฑกรรม หรือ ออด ติณสูลานนท์ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเทคนิคทหารบก รุ่นที่ 5 สังกัดเหล่าทหารม้า เมื่อจบการศึกษาในปี 2484 ได้เข้าร่วมรบในสงครามอินโดจีนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา

จากนั้นเข้าสังกัดกองทัพพายัพ ทำการรบในสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่างปี 2485 – 2488 ที่เชียงตุง พล.อ.เปรม เติบโตในเส้นทางการเป็นทหารตามลำดับ จนกระทั่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก ในปี 2521 ในเส้นทางการเมือง พล.อ.เปรม รับตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกในรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องในรัฐบาลนั้น หลังจากพลเอกเกรียงศักดิ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ สภาผู้แทนราษฎรได้เลือกพลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี

และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกเปรมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2523 โดยได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ 3 สมัย ระหว่างปี 2523 ถึง 2531 หลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 3 สิงหาคม 2531 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.เปรม เป็นองคมนตรี ในวันที่ 23 สิงหาคม 2531 จากนั้นในวันที่ 29 สิงหาคม 2531 ได้รับโปรดเกล้าฯ ยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษ

และในวันที่ 4 สิงหาคม 2541 มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้เป็นประธานองคมนตรี ผลงานสำคัญอย่างหนึ่งของ พล.อ. เปรม คือการผลักดันนโยบาย การเมืองนำการทหาร ซึ่งปรากฏออกมาในรูป คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 เพื่อยุติการทำสงครามสู้รบ ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับ ฝ่ายรัฐบาล ผลพวงจากนโยบายดังกล่าว ทำให้นักศึกษา ที่หนีเข้าป่าภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เพื่อจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลเข้ามามอบตัวอย่างประชาชนร่วมชาติ เปลี่ยนผู้หลงผิด ให้เป็นผู้พัฒนาชาติไทย

บุคลิกส่วนตัวของ พล.อ.เปรม จะเป็นคนพูดน้อย ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จะให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนน้อยมาก จนถูกสื่อเรียกขานว่า เตมีย์ใบ้ ในช่วงที่ พล.อ.เปรมดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าเมื่อปี พ.ศ.2511 ท่านมักเรียกแทนตัวเองต่อผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าว่า 'ป๋า' และเรียกผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าว่า 'ลูก' จนเป็นที่มาของคำว่าป๋า หรือป๋าเปรม ขณะที่คนสนิทของ พล.อ.เปรม มักถูกเรียกว่าลูกป๋า

อย่างไรก็ตามเมื่อ พล.อ.เปรม กล่าวให้โอวาทในโอกาสสำคัญต่างๆ ล้วนเปี่ยมไปด้วยข้อคิดที่ช่วยเตือนสติคนไทยให้ใช้ชีวิตอยู่บนความดี ความถูกต้อง รู้จักการให้ รู้จักการทดแทนบุญคุณแผ่นดิน สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นที่เคารพยกย่องของ พล.อ.เปรม ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาคือการเข้าอวยพร พลเอก เปรมในวันสำคัญต่างๆ ที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและมาจากการทำรัฐประหาร มีข้อมูลว่าการเข้าอวยพรพลเอก เปรม ณ บ้านสี่เสาเทเวศร์ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2525 เป็นการเข้าอวยพรในวันคล้ายวันเกิด คือวันที่ 26 สิงหาคม ภายหลังพลเอก เปรม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประมาณ 2 ปี โดยบุคคลแรกที่เข้าอวยพรคือ พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบกขณะนั้น นำคณะนายทหารจากกองทัพบกเข้าอวยพร

ซึ่งเดิมการเข้าอวยพรพลเอก เปรม จะทำเฉพาะนายทหารจากกองทัพบก แต่ภายหลังทั้งกองทัพอากาศ กองทัพเรือ ตำรวจ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และพลเรือน ก็เข้าร่วมอวยพรพลเอก เปรม เนื่องในวันสำคัญต่างๆ จนเป็นประเพณีมาถึงปัจจุบัน 

เครดิต : เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร